ลดเวลาที่ลูกค้าต้อง ‘รอ’
บางทีแค่สลับ ‘ลำดับงาน’ ก็พอ
ถ้าคนคนหนึ่งไปสำคัญอยู่หลายจุดในกระบวนการทำงาน
มันง่ายมากที่เขาจะเลือกทำสิ่งที่ด่วนก่อน
คือคุณอาจถามผมว่าถ้าวันหนึ่งๆ เขาทำทั้งสิ่งที่สำคัญและสิ่งที่ด่วนเสร็จ
มันก็ไม่เป็นปัญหาอะไรหรือเปล่า?
ผมคิดว่าไม่เสมอไปครับ
เพราะงานหลายๆ งานของบริษัทหนึ่งมีคนเกี่ยวข้องเยอะ
ต้องรอกันแล้วรอกันอีก
ลูกค้ารอพนักงานตอบแชท
เซลส์รอผู้จัดการตีราคา
ผู้จัดการรอคนที่อยู่สูงกว่าอนุมัติ
ที่บริษัทใหญ่ๆ กว่าจะทำโปรเจกต์อะไรจบได้ช้า
ส่วนหนึ่งก็เพราะมันมีรอยต่อพวกนี้เต็มไปหมด
วันนี้ผมจะพูดถึงรูปแบบหนึ่งที่เคยเจอทั้งในบริษัทตัวเอง
และในบริษัทลูกค้า
นั่นคือ
คนคนเดียวมีทั้งงานสำคัญและงานด่วน
เยอะเกินกว่าจะทำทั้งหมดจบได้ในวันเดียว
#มาเข้าใจปัญหานี้กัน
ลองนึกถึงเวลารถติดตรงคอขวดใต้สะพานครับ
จากถนนหลายเลน
พอถึงใต้สะพานกลับเหลือพื้นที่ให้รถผ่านได้น้อยลง
รถก็เริ่มต่อแถวยาว
ทีนี้ระหว่างที่ทุกคนกำลังต่อแถวกันอยู่
ถ้ามีรถจากเลนอื่นพยายามแทรกเข้ามาข้างหน้าตลอด
รถที่ต่ออยู่ข้างหลังก็จะยิ่งไหลช้าลง
บางช่วงอาจแทบไม่ขยับเลย
ทั้งๆ ที่รถทุกคันก็ยังเคลื่อนที่อยู่
ปัญหาคือ
ทุกครั้งที่เราอนุญาตให้รถอีกคันแทรก
รถทั้งแถวข้างหลังกำลังรอ
ในบริษัทก็คล้ายกันครับ
สมมติมีงานหนึ่งที่ต้องผ่าน
A → B → C → D
แล้ว B เป็นจุดที่งานหลายอย่างต้องมารอ
คนที่ B เองก็ไม่ได้ว่าง
เขาอาจมีทั้งงานที่ต้องส่งวันนี้
งานที่ลูกค้ากำลังตาม
งานแก้
งานตรวจ
แล้วก็งานที่คนจาก A กำลังรอให้เขาทำ เพื่อจะได้ส่งต่อไป C
แต่ถ้าทุกครั้งที่มี “งานด่วน” เข้ามา
เราหยิบงานนั้นแทรกขึ้นมาทำก่อนเสมอ
งานที่รอผ่าน B อยู่ก็จะถูกเลื่อนไปเรื่อยๆ
และปัญหาไม่ได้จบแค่ B ทำงานหนึ่งชิ้นช้าลง
เพราะ C อาจกำลังรอ B
D ก็อาจกำลังรอ C
ลูกค้าก็กำลังรอทั้งระบบอยู่
เหมือนรถใต้สะพานเป๊ะ
รถที่แทรกหนึ่งคันอาจไปถึงที่หมายเร็วขึ้น
แต่เราอาจกำลังทำให้รถทั้งแถวข้างหลังช้าลงพร้อมกัน
อาทิตย์ก่อนผมเจอเคสคล้ายๆ แบบนี้
มีขั้นตอนหนึ่งที่ลูกค้าต้องรอประมาณหลายวัน
คนที่ทำขั้นตอนนี้ได้
ไม่ได้ทำแค่งานนี้
คำถามแรกเลยไม่ควรเป็น
“ต้องเพิ่มคนไหม?”
เพราะถ้าปัญหาจริงๆ คือการจัดลำดับ
ต่อให้เพิ่มคนเข้าไป
เราอาจแค่เพิ่มรถเข้าไปในถนนเส้นเดิม
#จากความเข้าใจนี้
หนึ่งในทางแก้ที่ง่ายที่สุดคือลองถามตัวเองดูว่า
เราต้องมี “ตำรวจจราจร” ไหม?
ไม่ใช่ตำรวจจริงๆ นะครับ 55555+
แต่คือกติกาที่บอกว่า
งานแบบไหนต้องไปก่อน
งานแบบไหนแทรกได้
งานแบบไหนห้ามแทรก
และถ้างานหนึ่งกำลังทำให้หลายคนรออยู่ มันควรมี Priority แค่ไหน
ตำรวจจราจรของแต่ละบริษัทก็ไม่จำเป็นต้องหน้าตาเหมือนกัน
บางที่มันอาจเป็นแค่กฎการทำงานง่ายๆ
เช่น ถ้ามีงานประเภทนี้เข้ามา ให้ทำก่อนงานประเภทนั้น
บางที่อาจกลายเป็น SOP
ที่คนซึ่งเข้าใจ Flow ของงานเป็นคนออกแบบไว้
และถ้ากฎนั้นชัดมากพอแล้ว
บางทีมันถึงค่อยกลายเป็นโปรแกรมหรือ Automation
ที่ช่วยจัดคิวและบังคับกติกานั้นให้เราอีกที
แต่ผมว่าจะเริ่มจาก Automation ก่อนเลยก็แปลกๆ
เพราะถ้าเรายังตอบไม่ได้ว่า
“จริงๆ แล้วงานไหนควรไปก่อน?”
เราก็ยังไม่รู้เลยว่าเรากำลัง Automate กฎอะไรอยู่
หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับใครต่อใครนะครับ
ถ้าชอบแล้วอยากอ่านงานเขียนผม กรอกเมลเลยครับ ถ้ามีอะไรจะส่งให้ก่อนใคร5555+