คุณมีเวลาแค่ 2-3 วินาทีในการทำให้คนเลือกจะดู Content ของคุณ
พิสูจน์กันง่ายๆ จากที่คุณกำลังไถ feed อยู่ตอนนี้นี่แหละ
ไถผ่านยังเอ่ย55555+
พาร์ทที่ 3 ของ framework การตลาดที่ผมพิมพ์ยาวๆ มา ในที่สุดก็มาถึงพาร์ทสุดท้าย
วันนี้เราจะพูดเรื่องการล่อสมองคนอื่นให้มาสนใจคอนเทนต์เรา
ไม่ว่าคุณจะทำคลิป เขียนบทความ หรืออะไรก็แล้วแต่
สมองเรามีสองโหมด โหมดเพ่งกับโหมดปล่อยจอย
เวลาเราไถคอนเทนต์ ส่วนมากสมองเราจะอยู่โหมดปล่อยจอย
ดังนั้นเราจะไม่ค่อยรู้ตัว และสมองเวอร์ชั่นนี้ปกติจะขี้เกียจมาก
อารมณ์เหมือนคุณที่ตัวติดเตียงและไม่อยากลุกอ่ะ
เพราะงั้นมันจะประมวลผลแบบปล่อยผ่านมาก
และสิ่งที่มันประมวลคือ
"คอนเทนต์นี้น่าจะให้ความสุข (Dopamine) กับเราได้ไหม"
และภายใน 2-3 วินาที มันจะตัดสินว่าจะเลื่อนผ่านอะไร หรือดูอะไร
ในกระบวนการนี้ สิ่งที่สมองเราทำมีสองอย่าง
ทำความเข้าใจว่าคอนเทนต์นี้คืออะไร
ถ้าสมองเราต้องใช้พลังงานเยอะในการทำความเข้าใจ หรือมันงง มันจะปัดทิ้งเลย
เพราะงั้น คอนเทนต์ของคุณต้องทำให้คนเข้าใจได้เร็วมากว่าเขากำลังจะได้ดูอะไร
มันเหมือนกับที่เราเห็นคลิปแมววิ่งไล่จับอะไรซักอย่างตอนเริ่มคลิป
สมองเราจะคิดไปเองแล้วว่านี่คือคลิปตลกสัตว์
ต่อให้ไม่มีคำอธิบายใดๆ
คอนเทนต์ดังกล่าวจะให้ Dopamine กับเราได้ไหม
สมองกำลังประเมิน 'รางวัล' ที่รออยู่ตอนจบว่ามันสูงพอที่คุณจะดูจนจบไหม
ถ้าใช้ตัวอย่างเดิม หลายๆ ทีสมองก็คิดไปเองแล้วว่าเดี๋ยวแมวจะทำเฟอร์นิเจอร์ตกแตกแน่ๆ และมันอยากเห็น มันก็เลยรอดู
ดังนั้น เวลาทำคอนเทนต์ คุณต้องตีให้แตกว่าทำยังไงให้คนดูรู้ได้เร็วว่าตอนจบเขาจะได้อะไร
นี่เป็นสาเหตุที่หลายครั้ง คลิปของใครหลายๆ คนมักจะเก็บของดีไว้ท้ายสุด แล้วบอกเราช่วงแรกว่าให้รอดูคอนเทนต์พาร์ทสุดท้าย หรือบางคนก็แปะพาดหัวไว้ต้นคลิปว่าดูจบแล้วมันจะเปลี่ยนชีวิต
ใช่ครับ เรื่องนี้ใช้ได้กับคอนเทนต์สาระเช่นกัน คุณน่าจะเคยเห็นมันจากทั้งคอนเทนต์สาระและไร้สาระมาแล้วทั้งคู่เลยล่ะ
แต่ทว่าที่ผมพูดเรื่องนี้เป็นเรื่องสุดท้าย เพราะมันสำคัญน้อยที่สุดครับ
ถ้าคนไม่เข้าใจว่าคุณขายอะไร
คุณแก้ปัญหาอะไร
ซื้อได้จากช่องทางไหน
หรือไม่ก็คอนเทนต์ของคุณไม่เกี่ยวอะไรกับสิ่งที่คุณทำ
viral ไปก็อาจหาเงินไม่ได้อยู่ดี
ผมเลยจะเน้นเรื่องการสะท้อนสัมพันธ์ (Empathic Reflection) กับความเกี่ยวข้อง (Relevance) มากกว่า และเลือกพูดเรื่องนี้เป็นเรื่องสุดท้าย (ไปไถย้อนอ่านได้ฮะ)
จะทวนสรุปทิ้งท้ายสั้นๆ รวมทั้ง 2 บทความก่อนนะครับ
เจตนาที่จะยอมรับผู้อื่นและแบ่งปันให้เขาแบบเจาะจง (Empathic Reflection)
ส่งต่อทางแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับคุณ และคุณอยากจะท้าทายไปกับการแก้มัน (Relevance)
ด้วยศาสตร์แห่งการดึงความสนใจ (Attention)
ถ้าทำได้ทั้งสามอย่างและทำได้อย่างต่อเนื่อง คุณจะเห็นผลของมันเอง
อย่างๆน้อย คนในชีวิตคุณจะเริ่มชวนคุณคุยเกี่ยวกับสิ่งที่คุณทำอย่างแน่นอน
หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับใครต่อใครนะครับ