สรวรรธน์ นิลรัตนกุล (โฟล์ค)

ธุรกิจไทยกว่า 50% ปิดตัวภายใน 10 ปี (อยู่ได้ไม่ถึงชั่วอายุคน)

ทำไมการพัฒนากระบวนการธุรกิจด้วย AI เพื่อลดต้นทุนส่วนมากจะคว้าน้ำเหลว

วันนี้ผมไปอ่านงานวิจัยเรื่อง SME ไทยกับการใช้ข้อมูลและ AI มา
แล้วเจอความย้อนแย้งสามอย่างที่ทำให้ผมตกใจแต่ตรงเส้นจัดๆ
หลักๆ มี 3 เรื่องดังนี้เลย

1) เราลงเงินตรงที่ลูกค้ามองเห็น ไม่ใช่ตรงที่งานมันเกิด
สสว. สำรวจ SME 2,704 ราย เมื่อ ก.พ. 2025

81% ใช้เทคโนโลยีกับการตลาด การขาย การรับเงิน
แต่มีแค่ 8% ที่เอาเทคโนโลยีเข้าไปแก้กระบวนการข้างใน
และ 11% ที่ใช้ AI — ซึ่ง สสว. เองเขียนไว้ว่าเกือบทั้งหมดคือแชตบอตตอบลูกค้า

หน้าร้านเป็นดิจิทัลไปแล้ว
หลังร้านยังเป็นกระดาษกับคนอยู่

คือมันไม่ได้เป็นปัญหาเสมอไป
บางที การเปลี่ยนทั้งระบบก็ไม่คุ้มการลงทุน

และกับบางบริษัท การแบกรับค่าใช้จ่ายเป็นเรื่องเล็กน้อย

ที่ผมสนใจเป็นพิเศษคือมันทำให้ผมนึกถึงบทสนทนาหนึ่งกับน้องชายครับ

เราเคยเปรียบเทียบกันว่าบริษัทเราเหมือนไม้จิ้มฟันที่ต่อขึ้นไปสูงมาก
ถ้าวันหนึ่งมีลมพัดมา มันจะถล่มลงมาหมดเลยหรือเปล่า?

หลายครั้ง เวลาทำงานบริหาร ผมจะสังเกตเห็นว่าผู้บริหารจะยอมลงทุนกับเฉพาะส่วนที่เขามองเห็นได้และเชื่อว่าสำคัญ โดยที่ไม่รู้เลยว่ามีอะไรที่อยู่ตรงฐานในจุดอับสายตาที่รอถล่มอยู่บ้าง

2) ตัวเลขการใช้ AI เปลี่ยนตามคนที่ถูกถาม

สสว. ถาม 2,704 ราย ซึ่งรวมรายย่อยที่เป็นคนส่วนใหญ่จริงๆ ได้ 11%
UOB ถามเจ้าของกับผู้บริหาร 265 ราย ได้ 7 ใน 10

ทั้งสองไม่ได้โกหกนะครับ
แค่ไม่ได้ถามคนกลุ่มเดียวกัน

เพราะงั้นเวลาเราอ่านข่าวว่า "SME ไทยใช้ AI กันแล้ว 70%"
มันอาจไม่ใช่ SME แบบที่เราเดินผ่านทุกวัน

จากจริตผมคือตัวเลขพวกนี้ควรจะดูอย่างมีวิจารณญาณครับ
และใช้เยอะไม่ได้แปลว่าใช้ได้ดีหรือสร้างประสิทธิผลได้

ผมเองเนี่ย ถามวนคำถามเดิมๆ แก้ไม่ได้อยู่ประจำ 5555+

3) อันนี้ตกใจสุด — เจ้าของมองว่าปัญหาอยู่ภายนอก งานวิจัยบอกว่าอยู่ภายใน

สิ่งที่เจ้าของตอบว่าเป็นอุปสรรค (ETDA สำรวจ 1,725 ราย)

ขาดคน 62.72%
ค่าใช้จ่าย 52.87%
ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน 49.68%
แล้ว "พนักงานไม่ยอมใช้" อยู่อันดับท้ายสุด ที่ 11.30%

แต่งานวิจัยไทยที่ศึกษาความสำเร็จของการวาง ERP จากกลุ่มตัวอย่าง 496 ราย
พบว่าสิ่งที่ตัดสินว่าสำเร็จหรือไม่คือความเอาจริงของผู้บริหาร การมีส่วนร่วมของคนที่ต้องใช้ และการยอมรื้อกระบวนการเดิม

ส่วน project management — ไม่มีผลอย่างมีนัยสำคัญ

เอ้ะ?

ทำไมปัญหาที่เจ้าของธุรกิจจัดว่าเป็นอุปสรรคอันดับต้นๆ ล้วนเป็นเรื่องนอกตัว และแก้ด้วยตัวเองไม่ได้

กลับกัน งานวิจัยบอกว่าเป็นปัญหาภายในและไม่ต้องใช้เงิน

จุดขัดแย้งของงานวิจัยนี้กำลังบ่งชี้ว่านี่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความเข้าใจ ไม่ใช่ปัญหาเทคโนโลยีหรือเปล่า?

ตอนนี้ผมยังไม่สรุปว่ามันทำเป็นระบบได้แบบไหน
แต่ถ้ามันเป็น pattern เดียวกันจริง มันก็น่าจะมีทางที่ไม่ต้องเริ่มจากหลักล้าน อันนี้ผมยังคิดอยู่ 55555+

หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับใครต่อใครนะครับ

(ที่มา: สำรวจ SME ของ สสว. ก.พ. 2025 n=2,704 · ETDA 2023 n=1,725 · UOB มิ.ย. 2026 n=265 · งานวิจัยปัจจัยความสำเร็จ ERP ไทย n=496)