เห็นคลิปรถตีลังกาที่ Elon Musk ปล่อยออกมาแล้วรู้สึกเหมือนฝันอยู่เลย
กูกำลังดูอะไรอยู่วะ 5555+
แต่เออ จริงๆ ผมจำได้ว่าแต่ก่อนเวลาผมจะสร้างหรือปรับอะไรขึ้นมา เพื่อพัฒนากระบวนการทำงานในบริษัท
พ่อก็เคยถามอยู่ตลอดๆ ว่า
“มันเป็นไปได้เหรอ?”
“ถ้าได้ จะใช้เวลาทำนานหรือเปล่า?”
“เอาเวลาไปทำเรื่องที่จับต้องได้และเห็นผลทันทีดีกว่าไหม?”
ผมเข้าใจพ่อนะ
เขากังวลว่าเราจะเอาเวลาไปไล่จับอะไรที่สร้างผลลัพธ์ได้ช้ามากๆ
ดีไม่ดี ตอนจบอาจสร้างผลลัพธ์ไม่ได้
หรือทำแล้วไม่คุ้มเวลาด้วย
หลายครั้งเขาก็เคยเห็นคนอื่นทำมาแล้ว ล้มเหลวมาแล้ว
หรือไม่ก็เห็นว่าคนที่ทำสำเร็จ
เขาเก่งกว่าเราขนาดไหน
เริ่มก่อนเรามานานขนาดไหน
ทำตามไปก็ไม่ใช่ว่าจะสู้ได้
และจริงๆ พ่อพูดถูกด้วยนะ
หลายๆ ทีผมก็รับปากไปแค่เพราะผมอยากทำให้มันเกิดขึ้นให้ได้
ทั้งๆ ที่ตอนพูด ผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะทำให้มันเกิดขึ้นจริงยังไง 5555+
แต่พอทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ
ลองทำ
เจอว่าทำไม่ได้
กลับมาดูว่าติดตรงไหน
แล้วค่อยหาทางไปต่อ
ผมว่าผมเริ่มเห็น Pattern บางอย่าง
ผมเริ่มรู้สึกว่า
ความจริงอาจไม่จำเป็นต้องเป็นจุดจบของจินตนาการเสมอไป
มันอาจเป็นจุดเริ่มต้นก็ได้
ผมคิดว่านะ…
ถ้าเรายอมให้ความเป็นจริงบอกเราตรงๆ ว่า
ตอนนี้อะไรทำไม่ได้
ติดตรงไหน
และสิ่งที่เราคิดไว้ผิดจากของจริงยังไง
โดยไม่หันหน้าหนีมัน
อย่างน้อยเราก็เริ่มรู้แล้วว่า
อะไรต้องเปลี่ยน ถึงจะทำให้สิ่งที่จินตนาการไว้เข้าใกล้ความจริงขึ้นมาได้
การยอมรับให้ความเป็นจริงบอกเราว่าอะไรยังเป็นแค่จินตนาการ
อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนจินตนาการนั้นให้กลายเป็นจริง
หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับใครต่อใครนะครับ