ไม่มีเงิน แก้ยังไง?
ไม่ได้จะบอกวิธีรวยเร็วหรืออะไรนะครับ
ไม่มีครับ
อยากรวยเร็วศึกษาจากที่อื่น ๆ 555+
เท้าความก่อน
มีพนักงานผมคนหนึ่ง เพิ่งเปิดเดือนมาได้ 2 วัน
บอกผมว่าเงินหมดแล้ว เดือดร้อนมาก ไม่รู้จะอยู่ยังไง
ผมก็ให้ยืมเงินไปก้อนหนึ่ง
วันต่อมา มันกลับมา
กูนึกว่ามาขอบคุณ
มันเหลือเงินในบัญชี 53 บาท จะมายืมเพิ่ม
ผมยิ้มแฉ่ง (มั้งนะ ไม่ได้ส่องกระจกอยู่ จำได้แต่ว่าจบวันนั้นมา เจ็บคอนิดหน่อย 5555+)
คือจริง ๆ เรื่องนี้มันจะเรียกไม่มีเงินก็แปลก ๆ มันเรียกเงินที่หามาได้ไม่พอใช้มากกว่า
และจริง ๆ ผมว่าทุกคนก็รู้นะ
ว่าวิธีแก้ปัญหาเงินไม่พอคือการกลับไปดูรายรายรับรายจ่ายของตัวเองแล้วดูว่าหาได้มากเท่ากับที่ใช้ไหม
ถ้าเงินใช้ไม่พอก็หาเงินเพิ่มหรือลดความต้องการในการใช้จ่ายลง
ปัญหามันอาจจะไม่ใช่เงินเฉย ๆ ด้วยล่ะ ถ้าคุณสังเกตคนที่ไม่มีเงินและบ่นว่าไม่มีเงินจริง ๆ เขามักจะไม่ได้รู้สึกมีปัญหาแค่เรื่องเงินครับ
ในทุกการตัดสินใจของชีวิต เราต้องใช้ทรัพยากรอยู่สามอย่าง
เวลา
พลังงาน (สุขภาพกายและจิต)
เงิน
ที่น่าสนใจคือมันผูกพันกัน
อารมณ์ว่าเป็นเพื่อนสนิทกันสุด ๆ
เพราะเมื่อไหร่ที่อย่างใดอย่างหนึ่งชิบหายขึ้นมา มันจะพาลดึงตัวอื่นให้ชิบหายไปด้วย
ยกตัวอย่างเช่น
ถ้าคุณดองงานจนถึง deadline คุณจะรู้สึกว่าคุณไม่มีเวลา ต่อให้คุณมีพลังงานเหลือล้น สุขภาพกายและจิตดีงาม มีเงินเหลือ ๆ คุณจะเริ่มรู้สึกกดดัน เวลาจึงดึงสุขภาพจิตลงได้ ต่อให้คุณมีเงิน
พวกเราทุกคนเคยป่วย และมันเป็นช่วงเวลาที่ถึงจะมีเวลาและมีเงิน เราก็เอามันไปใช้ไม่ได้อยู่ดี
และพนักงานผมที่ไม่มีเงิน หน้าตาเขาห่อเหี่ยวและรู้สึกผิดสุด สุขภาพจิตก็แย่ไปหมดแล้ว
ที่ซ้ำร้ายคือเมื่อเรามีเวลา พลังงาน หรือเงินน้อยมาก ๆ เรามีโอกาสมากขึ้นที่จะเริ่มตัดสินใจในชีวิตได้แย่ลงเรื่อย ๆ
เช่น
กู้ยืมนอกระบบหรือเล่นพนันแล้วก็เป็นหนี้หัวโตหนักกว่าเดิม
ทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อเงินแล้วก็ต้องไปเสียเงินมากกว่าเพื่อจ้างหมอมายื้อชีวิต
หรือ ลงเงินเยอะมาก ๆ ให้ผู้นำลัทธิไสยศาสตร์มารักษามะเร็ง (ไม่ได้ลบหลู่นะ อาจจะมีคนทำแล้วเวิร์กก็ได้ แค่ส่วนมากที่ผมเห็นมันไม่เวิร์ก)
หลายครั้ง พอหลาย ๆ อย่างมันแย่ ๆ บางครั้งคนเราก็รู้สึกว่าชีวิตเป็นแบบนี้ ทำอะไรกับมันไม่ได้แล้ว
หาเวลามากกว่านี้ไม่ได้ มันมีแค่ 24 ชั่วโมง
ทำให้สุขภาพกายดีกว่านี้ไม่ได้เพราะไม่มีเงินและเวลา (ซึ่งก็พาลดึงสุขภาพจิตลงอีก)
หาเงินเยอะกว่านี้ไม่ได้ เพราะใช้เวลาไปกับงานประจำก็ทั้งวันแล้ว
และนั่นมักไปจบด้วยคำพูดของคน ๆ หนึ่งว่า “ไม่มีเงิน”
ผมจะบอกว่า “หาเงินเพิ่มหรือลดความต้องการในการใช้จ่ายลง”
มันเป็นทางแก้ที่อาจจะจับปัญหานี้ได้ไม่ดีพอ
และจริง ๆ วิธีแก้มันก็อยู่ในปัญหานี่แหละครับ
เพราะสามอย่างนี้ไม่ได้พากันดึงลงได้อย่างเดียว มันพากันดึงขึ้นได้ด้วย
คุณสามารถใช้ทรัพยากรอย่างหนึ่งแลกกับอีกอย่างหนึ่งได้
และคุณสามารถหาวิธีทวีคูณผลลัพธ์ได้ด้วย เพราะในขณะที่มันพึ่งพากัน มันไม่ได้มีความสัมพันธ์กันอย่างเป็นเส้นตรงซะทีเดียว
ถ้าเงินคุณเหลือ คุณจ่ายค่าทางด่วนแล้วไม่ต้องรถติดชั่วโมงหนึ่ง
คุณได้เอนหลังดูเน็ตฟลิกซ์เร็วขึ้นชั่วโมงหนึ่งและไม่ต้องเสียอารมณ์กับรถติด
คุณใช้เงินซื้อทั้งเวลาและสุขภาพจิต
ถ้าคุณยังมีพลังงานและสุขภาพที่ดี เพราะคุณเดินคนที่เดินเยอะ ๆ คุณมีแนวโน้มจะทำให้คุณอายุยืนขึ้น (เวลาเยอะขึ้น)
บางที ถ้าคุณเดินโดยไม่ฟังเพลงด้วย บางครั้งไอเดียเรื่องงานหรือการหาเงินก็เข้ามาเองเหมือนกัน (ไว้จะมาเขียนนะว่าการเหม่อมันดียังไง)
ถ้าคุณเวลาเหลือ.. อันนี้ไม่ต้องพูดมั้ง 5555+ คุณเอามันไปหาได้ทั้งเงินทั้งสุขภาพนี่นะ
และบางคนน่าจะรู้ว่ามันไม่ได้แปรผันตรงกันแบบกราฟเส้นตรง
คนที่ออกกำลังเป็นจะรู้ว่าวิธีการออกกำลังกับจุดประสงค์ที่ตรงกันจะให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วกว่า (เล่นกล้ามต้องเล่นให้โดนกล้ามเนื้อจุดที่อยากพัฒนา)
คนที่มีสุขภาพจิตที่ดีอาจตัดสินใจเรื่องงานและเงินได้ดีขึ้น
คนที่ใช้เวลาเป็นจะเลือกทำสิ่งที่สำคัญ ไม่ใช่ไล่ทำแต่สิ่งที่ด่วนเสมอไป และเขาก็เลยจะได้ผลลัพธ์ที่สำคัญกับเขา
ดังนั้นผมมองว่าคนที่มีทรัพยากรจำกัดมาก ๆ ถ้าเขาอยากจะหลุดออกมาจากความจนในอย่างใดอย่างหนึ่งได้ เขาต้องจ่ายอย่างหนึ่งเพื่อไปซื้อผลลัพธ์ที่สูงกว่าในอีกอย่างหนึ่ง
ฟีลคล้าย ๆ เล่นเกมเศรษฐี
ถ้าคุณรีบซื้อบ้านหมด ไปลงบ้านที่ดีกว่าก็ไม่มีเงินซื้อละ
แต่ถ้าไม่ซื้อบ้านสักหลัง ก็ไม่มีผลตอบแทนเหมือนกัน
เอาเวลาที่เหลืออันน้อยนิดไปจ่ายให้กับสุขภาพที่เล่นอย่างถูกวิธี
เอาเงินไปลงทุนกับการสร้างธุรกิจหลังเลิกงานประจำเพื่อสักวันจะได้ผลตอบแทนทั้งทางตัวเงินและเวลาที่เพิ่มมากขึ้น
บางคน แค่จ้างแม่บ้านคนเดียว เขาเอาเวลานี้ไปหาเงินได้มากกว่าค่าตัวแม่บ้านอีก นี่ก็เป็นการลงทุนได้ครับ
เผลอ ๆ บางที อยู่ ๆ มาวันหนึ่งคุณอาจจะพบว่าการ ‘หาเงินเพิ่มหรือลดความต้องการในการใช้จ่ายลง’
อาจจะไม่ได้ยากขนาดนั้น
แค่ ณ วันหนึ่ง คุณไม่ได้เหลือ ‘เวลา’
ไปลงทุนกับการตกผลึก สงบสติอารมณ์ ลงทุนกับความรู้และควบคุมความต้องการของตัวเองและเลือกซื้อเฉพาะสิ่งที่สำคัญก่อน
และถ้าคุณมีอะไรใน 3 อย่างนี้เหลือเยอะ ที่น่าสนใจอีกเรื่องคือมันเกี่ยวกับเรื่องโอกาสด้วย
ถ้าคุณเงินเหลือ เวลาเหลือและสุขภาพกายสบายดี
มีคอร์สเรียนอะไรที่คุณสนใจโผล่ออกมา คุณก็ลงเรียนได้เลย
เพื่อนชวนไปเที่ยวต่างประเทศก็ไปได้เลย
บางครั้งไม่ใช่ว่าโอกาสไม่เคยเข้ามา แต่อาจเป็นเพราะตอนที่มันเข้ามา
เราไม่มีเงินเหลือพอจะซื้อมัน
เราไม่มีเวลาจะไปอยู่กับมัน
เราไม่มีสุขภาพกายจะขยับไปพร้อมกับมัน
และเราไม่มีสุขภาพจิตที่ดีพอจะเชื่อว่าตัวเองทำได้
หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับใครต่อใครนะครับ