สรวรรธน์ นิลรัตนกุล (โฟล์ค)

ถ้าเราทำอะไรไม่ผิดเลย เราอาจจะไม่ได้พัฒนาเลยหรือเปล่า?

การล้มเหลวเยอะอาจไม่ได้บอกว่าเราไร้ความสามารถ
แต่บอกว่าเราลองอะไรใหม่บ่อยกว่าใครเพื่อน?

ตอนผมเริ่มทำงานที่บริษัทใหม่ๆ
ตอนนั้นมีวัฒนธรรมหนึ่งที่ผมเห็นในบริษัทตัวเอง

ทันทีที่มีอะไรพัง บางคนจะชี้นิ้วไปโทษอีกคนเลยทันที
บางคนจะเฉยชาต่อปัญหา แล้วก็บอกว่าอย่าไปยุ่งกับมัน ปัญหาจะได้ไม่เกิด
บางคนก็บอกว่าผมขอโทษ มันเป็นความผิดผมเอง
มันมีถึงกับบางคนยกบริษัทเรามาเปรียบเทียบกับบริษัทอื่น ว่าบริษัทที่เขาเคยอยู่มาดีกว่ายังไง

ถ้าบริษัทหนึ่งคือการรวมตัวของคนจำนวนหนึ่งที่มาทำงานร่วมกัน
บริษัทอาจไม่ใช่อาคารหรือนามธรรมที่หยุดนิ่ง

แต่คือทัศนคติที่เปลี่ยนไปของเรารวมๆ กัน
มันอาจจะคือการแสดงออกเมื่อเราทุกคนมาเจอกันและร่วมกันแก้ปัญหาหนึ่ง

ถ้าเรามองว่าบริษัทแย่ทั้งๆ ที่เรานั่งอยู่ในนั้น
แปลว่าแค่เราเป็นคนที่ดีขึ้น บริษัทก็ดีขึ้นแล้วหรือเปล่า?
งั้นที่เราตีความแบบนี้แต่แรกมันแปลว่า?

พอคิดได้แบบนี้
เวลามีอะไรพัง ผมเลยลองเข้าหามันจากอีกทางหนึ่ง
ผมลองไม่สนใจว่าใครผิด แต่สนใจว่าอะไรที่เขาทำผิด และมีอะไรที่เราทำได้บ้าง

หนำซ้ำ ผมทดลองหาทางพัฒนา (แล้วก็ทำอะไรในบริษัทพังอยู่เป็นประจำด้วย 5555+)

สำหรับงานบางประเภท
บางครั้ง เราอาจจะวัดคนได้จากปริมาณหรือคุณภาพของความล้มเหลวที่เขาทิ้งไว้
ไม่ใช่ความสำเร็จที่เงียบสงบและดูเหมือนไม่มีปัญหาใดๆ

หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับใครต่อใครนะครับ