สรวรรธน์ นิลรัตนกุล (โฟล์ค)

อย่าเสือกทำธุรกิจกับเพื่อนหรือคนในครอบครัวเชียว

(ถ้าเราไม่พร้อมรับความเสี่ยงของมัน)

ศุกร์ที่ผ่านมาพึ่งไล่ญาติออกจากบริษัทไป
วันนี้มานั่งทำงานแล้วเห็นเก้าอี้ว่างหนึ่งตัวอยู่ข้างหน้า
กับกรอบรูปที่เหมือนทำหน้าที่เป็นอนุสรณ์เตือนใจ 5555+

พ่อผมจริงๆ ก็เตือนไปแล้ว
ว่าทำแบบนี้มันเสี่ยงแตกหักนะ

ผมก็ช่างมันประไร
ถ้าเราไม่เสี่ยงจะได้ชีวิตในฝันมา
เราก็จะไม่ได้มัน

วันเสาร์ไปกินเหล้าเลี้ยงส่งมันมา
แล้วก็พูดใส่หน้ามันไปเลย
“กูนี่แหละคนไล่มึงออกเอง”

#มาเข้าใจปัญหานี้กัน

เวลาทำงานกับใครก็ตาม บริษัทจะมีระบบ
มีโครงสร้างที่ทำให้ทุกคนทำงานไปด้วยกันได้

ถ้าใครทำไม่ได้ตามสิ่งที่ตกลงกันไว้
เราก็สามารถตัดสินจากบทบาทและความรับผิดชอบของเขาได้ตรงๆ

แต่พอคนที่เราทำงานด้วยเป็นครอบครัวหรือเพื่อน
เรื่องมันเริ่มซ้อนกัน

เพราะคนคนเดียวกันเป็นทั้ง
“คนใกล้ตัว”
และ “คนในองค์กร”

เราต้องแน่ใจว่าความสนิทไม่ได้มาบังตา
จนเราตัดสินเรื่องงานไม่ได้

เพราะงั้นผมคิดว่ามันสำคัญมากที่จะต้องมี KPI
มีขอบเขตความรับผิดชอบ
และมีโครงสร้างอำนาจการตัดสินใจที่ชัดเจน

แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเปิดรับเหตุผลด้วย
เพราะ KPI ไม่ได้วัดได้หมดทุกอย่าง
และบางครั้งข้อมูลที่เราเห็นก็มีอยู่แค่ด้านเดียว

สมมติ Sales ใหม่เข้ามาแล้วสร้างยอดขายไม่ได้ในช่วงเดือนแรกๆ
สำหรับธุรกิจที่ Sales Cycle ยาว หรือต้องใช้เวลาสร้าง Relationship ก่อนปิดการขาย
เรื่องนี้อาจไม่ได้แปลว่าเขาทำงานไม่ดีทันที

ในกรณีของผม เคสนี้เลยไม่ได้วัดจากผลลัพธ์อย่างเดียว
ผมดูอย่างอื่นประกอบกันด้วย

เช่น ความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตกลงกัน
การจดและจำสิ่งที่คุยกันไว้เป็นเป้า
ความกระตือรือร้นในการหาทางแก้เมื่อทำไม่ได้ตามเป้า
ฯลฯ

#จากความเข้าใจนี้

จริงๆ การไล่คนออก ผมมองว่าไม่ได้แปลว่าต้องแตกหักกันเสมอไป
เคสนี้ผมจบกับญาติแบบ Happy Ending แหละ

และสิ่งที่ผมคิดว่าสำคัญมาก ถ้าอยากให้มันมีโอกาสจบดีๆ
คือ การสื่อสาร

สื่อสารกันให้ชัดว่าเรากำลังทำอะไร และทำไม
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่วัดได้หรือวัดไม่ได้ก็ตาม

ฟังเยอะๆ
ตอบสิ่งที่เขาสงสัย
อธิบายจนเข้าใจตรงกัน
อย่าใช้อารมณ์นำ

คนที่ทำธุรกิจกับเพื่อน คนสนิท หรือครอบครัวแล้วไปรอดก็มีถมไปครับ
ทุกวันนี้ผมเองก็ยังทำงานกับคนใกล้ตัวหลายๆ คนอยู่

แต่บางครั้ง
การรักษาความสัมพันธ์ ไม่ได้แปลว่าต้องรักษาความสัมพันธ์ในการทำงานเอาไว้ด้วย

บางคนคุณก็ต้องเอาเขาออกจากบทบาทนั้น

เพราะบางครั้งการยื้อไว้ทั้งๆ ที่มันไปต่อไม่ได้แล้ว
อาจกำลังทำร้ายทั้งบริษัท
ตัวคุณเอง
และคนที่คุณกำลังมีปัญหากับเขาด้วย

หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับใครต่อใครนะครับ

ถ้าชอบแล้วอยากอ่านงานเขียนผม กรอกเมลเลยครับ ถ้ามีอะไรจะส่งให้ก่อนใคร5555+