Automation ที่ดูดีบนโต๊ะประชุม อาจพังทันทีที่เจอข้อมูลจริง
จะรู้ได้ยังไงว่าการทำระบบเอกสารอัตโนมัติเหมาะกับบริษัทเราหรือป่าว?
ใครหลายๆ คนคงรู้จักการ Upload เนอะ
ผมกำลังทำโปรเจกต์ Upload เอกสารค้าขาย
เพื่อที่ว่าพอลูกค้าสั่งของปุ๊บ เอาบิล Upload เข้าระบบแล้ว Print เลย
เท่านี้ก็น่าจะมีเอกสารและส่งได้ไวขึ้น
ลูกค้าได้ของไวขึ้น เมื่อเราไม่ต้องมานั่งกรอกข้อมูลเปิดบิลทีละช่อง
คิดดูสิ
จากที่เคย Print บิลเป็นร้อยบิล ต้องใช้เป็นชั่วโมง
มันอาจจะเหลือนาทีเดียวเสร็จ
เอาไปเสนอผู้บริหาร ฟังดูเหมือนฝันที่เป็นจริงเลย
แต่ขออนุญาตครับ
‘คXย’ เถอะ
ถ้ามันง่ายอย่างงั้นจริงๆ ก็ดีสิ
ผมสลิงแตกรอบที่ 3 ของอาทิตย์ละ 55555+
#มาลองเข้าใจปัญหานี้กัน
การทำ Automation เพื่อให้เราใช้คนน้อยลง ใช้เวลาน้อยลง หรือสร้างประสิทธิผลกับ KPI บางตัว
ควรจะเริ่มจากงานที่เกิดขึ้นซ้ำ
และยังไม่พอ
เราต้องเข้าใจด้วยว่างานที่ซ้ำนั้นมีรูปแบบยังไง
ข้อมูลอะไรบังคับ
อะไรเปลี่ยนได้
และมีข้อจำกัดอะไรอยู่บ้าง
ผมมองมันแบบนี้
1) ข้อจำกัดของโปรแกรม/เครื่องมือปัจจุบัน
โปรแกรมบัญชีและ ERP แต่ละตัวมีความสามารถไม่เหมือนกัน
บางตัวไม่รองรับ API
บางตัวรองรับแบบครึ่งๆ กลางๆ เข้าไปต่อได้แค่บาง Module
และบางบริษัทก็ไม่ได้ใช้พวกนี้เลย มีแต่ Excel ล้วนๆ
อย่างบริษัทผมใช้โปรแกรมบัญชีตัวหนึ่งที่มีทั้งปัญหาและข้อดีของมันอยู่
ความเข้าใจตรงนี้ทำให้เรารู้ว่า จุดเริ่มต้นของเราอยู่ตรงไหน
ผมไม่แนะนำให้จดจ่อกับปลายทางมากไป
ถ้าไม่มีจุดเริ่มต้น เราจะวาดแผนที่โยงมันไปหาจุดหมายปลายทางไม่ได้แน่ๆ
ควรศึกษาข้อจำกัดของสิ่งที่ใช้อยู่ก่อน ถึงจะรู้ว่า
อะไรคือกำแพง
กำแพงไหนปีนข้ามได้
อันไหนใช้อุโมงค์
อันไหนเดินอ้อม
ขอเปรียบเปรยภาษาคนนะครับ น่าจะเห็นภาพอยู่บ้าง
2) ข้อจำกัดทางความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมของข้อมูล
ผมไม่ได้หมายถึงการเก็บข้อมูลและเข้าใจข้อมูลนะครับ
อันนั้นเป็นพื้นฐานที่ต้องไปตามเก็บมาก่อน ถึงจะเริ่มทำ Automation ได้
ครั้งนี้ผมจะพูดถึงพฤติกรรมของข้อมูลที่มีต่อเครื่องมือที่เราใช้อยู่
ยกตัวอย่างเช่น
เมื่อข้อมูลตัวหนึ่งถูกลบ
คำว่า ‘ลบ’ มันหายไปจากระบบเลย หรือมีการบันทึกประวัติการลบ?
การ ‘ลบ’ กับ ‘ยกเลิก’ ต่างกันไหมสำหรับโปรแกรมบันทึกข้อมูลที่เราใช้?
สมมุติถ้าคุณให้ AI สร้างบิลให้อัตโนมัติ แล้วมันผิดมาทั้งแผง
ข้อมูลเข้าระบบไปแล้ว
ถ้าคุณลบบิลออกจากระบบ
สต็อกคืนมาหรือเปล่า?
ลูกหนี้ถูกล้างไหม?
ตัวไหนบันทึกต่างหาก หรือตัวไหนทับข้อมูลเดิม?
การที่เราถือข้อมูล แต่ยังไม่รู้พฤติกรรมของมันว่าเกิดอะไรขึ้นเบื้องหลังเมื่อเราใช้งาน Interface ทำให้
บางทีอยู่ๆ ข้อมูลหายไป
อยู่ๆ ข้อมูลเปลี่ยนไป
ทั้งๆ ที่ทุกคนในบริษัทยังทำเหมือนเดิมอยู่ตลอด
และมันมีโอกาสที่ไม่มีใครรู้เลยว่าปัญหาเกิดจากอะไร
ตรงนี้เรามีโอกาสทำให้ระบบข้อมูลของเราพัง
และมีข้อมูลที่ไม่มีอยู่จริงค้างอยู่ถาวร โดยไม่มีใครรู้ว่าจะแก้ยังไง
หลายครั้งเจ้าของโปรแกรมบัญชีหรือ ERP ก็ช่วยเราไม่ได้ด้วย
เพราะเขาไม่รู้บริบทว่าเราเก็บข้อมูลตัวไหนไปใช้ทำอะไร และมันมีความหมายยังไง
เละครับ
#จากความเข้าใจนี้
ถ้าบริษัทเรามีข้อมูลเยอะ มีงบพอสมควร
วิเคราะห์สิ่งที่จะได้กลับมาจากโปรเจกต์นี้แล้วคิดว่าคุ้ม
ผมแนะนำให้ทำครับ
ถึงแม้ว่าผมจะอยากกรี๊ดหลายรอบละ
แนะนำว่าควรมั่นใจว่ามีบุคลากรที่พร้อม
และอย่างน้อยๆ อ่านสิ่งที่ผมเพิ่งเขียนไปแล้วเข้าใจจริงๆ 555+
ถ้าอ่านแล้วรู้ว่าเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องที่จัดการได้ มีแนวโน้มว่าบริษัทเราอาจจะมีความพร้อมแล้ว และถ้าผลตอบแทนลงตัว มันอาจจะเหมาะเป็นตัวเลือกพัฒนาถัดไปของเรา
ที่ผมมองว่ายากที่สุดคือโปรเจกต์แบบนี้เหมือนเป็นการทดสอบว่า
เราเข้าใจ ‘บริษัท’ ของเราทั้งหมดดีแค่ไหน
ส่วนไหนเกี่ยวข้องกันยังไง
ไม่ใช่แค่ในเชิงคำพูดหรือคำอธิบาย
แต่ในเชิงตัวเลข และการไหลของตัวเลขที่อยู่ข้างหลังด้วย
หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับใครต่อใครนะครับ